กัญชง ” หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่า เฮมพ์ ( Hemp ) เป็นพืชในตระกูล Cannabaceae เป็นตระกูลเดียวกันกับ กัญชา ( Marijuana ) ซึ่งมีลักษณะทางกายภาพบางอย่าง ที่คล้ายคลึงกัน แต่ก็ยังสามารถแยกแยะ ได้จากลักษณะลำต้น และลักษณะของใบ ซึ่งกัญชงจะมีลักษณะลำต้นที่ศูงกว่า และใบที่เรียวยาว และมีสีที่อ่อนกว่า นอกจากลักษณะทางด้านกายภาพแล้วนั้น กัญชงยังมีลักษณะทางเคมีที่แตกต่างไปจากกัญชาอีกด้วย โดยกัญชงมีปริมาณของสาร THC ที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทค่อนข้างต่ำ ในขณะที่มีสาร CDB ที่ช่วยในการรักษาโรคบางชนิดในปริมาณที่สูงกว่ากัญชานั่นเอง

กัญชง

กัญชงและกัญชา พืชตระกูลเดียวกัน แต่คนละสายพันธุ์

เคยสงสัยกันหรือไม่ ว่ากัญชงกับ กัญชา แท้จริงแล้วเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร มองผ่าน ๆ ทำไม หน้าตาถึงได้คล้ายกัน จนแยกไม่ออกแล้ว ตามความคิดของคุณ คุณคิดว่าพืชทั้ง 2 ชนิดนี้ เป็นยาเสพติดหรือ

พืชสมุนไพร กัญชา (Marijuana) และกัญชง (Hemp) พืชทั้งสองชนิดนี้ เป็นพืชล้มลุกที่มีถิ่นกำเนิดเดียวกัน ในวงศ์

Cannabaceae ที่อยู่ในตระกูล Cannabis เหมือนกัน ต่างกันที่สายพันธุ์ย่อย จึงทำให้กัญชงและกัญชามี

ลักษณะที่คล้ายกัน โดยจะแตกต่างกัน ในด้านลักษณะทางกายภาพ และปริมาณสารสำคัญ

  • สาร THC (Tetrahydrocannabinol) : มีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ส่งผลต่ออารมณ์ ความจำ ความรู้สึก ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้ม อยากอาหาร และลดอาการคลื่นไส้
  • สาร CBD (Cannabidiol) : ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท มีฤทธิ์ระงับอาการปวด ลดการอักเสบ ลดอาการ
    ชักเกร็ง และลดความกังวล

กัญชง และ กัญชา เป็นสารเสพติดให้โทษหรือไม่ ?

แต่เดิมพืชกัญชง ถูกจัดให้เป็นพืชที่อยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 เช่นเดียวกับพืช กัญชา เนื่องจากกัญชงเป็นพืชสายพันธุ์ย่อยของกัญชา ที่มีสารเสพติดออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง เป็นผลให้ผู้เสพมีอาการตื่นเต้น ช่างพูด และหัวเราะ อีกทั้งยังช่วยให้ผ่อนคลาย และบรรเทาอาการบาดเจ็บอีกด้วย

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 กัญชง และ กัญชา ได้ถูกปลดล็อค ให้ถือว่าไม่เป็นยาเสพติดให้โทษ และยดเลิกความผิดฐาน ผลิต นำเข้า ส่งออก มีไว้ในครอบครอง หรือจำหน่ายไว้ในครอบครองเพื่อเสพ แต่ถึงอย่างนั้น สาร THC มีปริมาณที่เกิน 0.2% ต่อน้ำหนัก ยังคงถือว่าเป็นสารเสพติดให้โทษประเภท 5 ฉะนั้นใครที่คิดจะปลูกหรือใช้กัญชง ควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับกฏหมาย ในเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วน เพื่อป้องกันไม่ให้ทำผิดกฏหมายแบบไม่รู้ตัวนั่นเอง

สรรพคุณ และประโยชน์ของพืชกัญชง

ประโยชน์และสรรพคุณของพืช กัญชง เรื่องแรกคือ ทำให้นอนหลับพักผ่อนได้ง่ายมากขึ้น เกิดอาการเคลิ้มฝัน ระงับอาการเจ็บปวด ช่วยยับยั้งการจับตัวของเกร็ดเลือด เพราะมีสาร CBD ( Cannabidiol ) มีสรรพคุณเหมือนยาแก้อักเสบ หรือยาปฏิชีวนะต่างๆอย่างน่าทึ่ง แม้ว่าพืชชนิดนี้จะมีสาร THC ( Tetrahydrocannabinol ) เหมือนกับพืชกัญชา แต่เมื่อเปรียบเทียบกันทางด้านปริมาณของสาร THC ( Tetrahydrocannabinol ) แล้วมีน้อยกว่ามาก หรืออาจแทบไม่มีเลยก็ว่าได้ นั่นจึงช่วยเสริมความเคลิบเคลิ้ม ผ่อนคลายมากขึ้น ในส่วนของใบยังสามารถใช้เป็นยาบำรุงเลือกได้ ช่วยคลายกล้ามเนื้อ รักษาโรคเก๊าท์ ( Gout ) หรืออาการเจ็บปวดข้อกระดูกในอดีตใช้รักษาโรคบิด และโรคท้องร่วงได้อีกด้วย และทุกส่วนของต้นกัญชงนั้น ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย โดยแบ่งออกเป็น 8 ประเภทดังต่อไปนี้

  • น้ำมันจากเมล็ด : น้ำมันที่ได้จากเมล็ดของต้นกัญชง สามารถนำไปทำประโยชน์ได้ ตั้งแต่น้ำยาซักแห้ง, ครีมกันแดด, เครื่องสำอาง , สบู่ , แชมพู ,  โลชั่นบำรุงผิว , ลิปบาล์ม , ลิปสติก , น้ำมันเชื้อเพลิง , แผ่นมาสก์หน้า ฯลฯ นอกจากนี้ยังถูกนำไปสกัด เป็นครีมน้ำมันกัญชง ช่วยบำรุงผิวที่แห้งให้เกิดความชุ่มชื้น รักษาโรคสะเก็ดเงิน โรคผิวหนังแห้งแตก ลดอาการคัน ได้ผลลัพธ์ที่ดี
  • ส่วนของเมล็ด : หากใครที่ไม่ได้เอาน้ำมันจากเมล็ด ก็สามารถนำเมล็ดที่ได้ไปให้อาหารนก หรือแม้แต่คนก็รับประทานได้เช่นเดียวกัน กลายเป็นน้ำมันจากโอเมก้า 3  โอเมก้า 6 และโอเมก้า 9 นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มวิตามินดีที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ลดความเสี่ยงเกิดมะเร็ง รวมถึงมีสาร linoleic acid , alpha- และ gamma-linolenic acid
  • โปรตีนในเมล็ด : นอกจากเรื่องของตัวน้ำมัน หรือเมล็ดแล้วนั้น กัญชงยังมีประโยชน์ที่ได้จากโปรตีนในเมล็ดอีกด้วย ซึ่งมีอยู่ในปริมาณที่สูงมาก จะช่วยนำไปแปรรูปทำเป็นของคาวหวานเพื่อรับประทานได้หลากหลาย เช่น นม , ไอศกรีม , เนย , ชีส , น้ำมันสลัด , เต้าหู้ , โปรตีนเกษตร , อาหารเสริม , อาหารว่าง ฯลฯ หรือเอาไปแปรรูปเป็นแป้งแทนถั่วเหลืองก็ได้
  • เปลือกจากลำต้น : ในส่วนของเปลือกที่ได้จากลำต้นนั้น สามารถนำไปทำเป็นเชือก หรือเส้นด้ายเพื่อใช้ในการถักทอ ทำเครื่องนุ่งห่ม , ผ้าห่ม , ผ้าคลุม ฯลฯ ได้เป็นอย่างดี หรืออาจจะใช้เป็นเครื่องรางในวัฒนธรรมต่างๆ หรือใช้ทำพิธีกรรมต่าง ๆ เป็นด้ายสายสิญจน์ รองเท้าคนที่ล่วงลับเพื่อเปิดทางนำไปสู่สวรรค์ พิธีเข้าทรง หรืออัวเน้งที่ชาวม้ง ให้ความสำคัญ เป็นต้น
  • ใบ และเส้นใย : ใบกัญชงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็น ยารักษาโรค, อาหาร, แปรรูปเป็นใบชาเพื่อสุขภาพ, นำผงไปชงดื่ม, เป็นอาหารเสริม, ทำไวน์, เบียร์, เส้นพาสต้า, ขนมปัง, คุกกี้, ซอสปรุงรสจิ้มอาหาร รวมถึงเป็นส่วนประกอบเครื่องสำอางที่จะช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น ใครผิวบอบบาง แพ้ง่ายต้องใช้เลย ส่วนเส้นในตามความเชื่อจัดว่าเป็นมงคลมาก มีความเหนียว นุ่ม ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่นำไปถักตัดกิโมโนด้วยความทนทานนับ 100 ปีก็ยังสภาพดีอยู่

ที่ผ่านมามีกฎหมาย ในการใช้งานกัญชงหลายฉบับ ตั้งแต่ พ.ศ. 2522 ที่กำหนดเป็นพืชเสพติดประเภท 5 ปี พ.ศ. 2547 สามารถศึกษาและส่งเสริม ให้ชาวไทยภูเขาปลูกได้ นอกจากใช้ครัวเรือน ก็ใช้ทดลองในมูลนิธิโครงการหลวง ในปี พ.ศ. 2548 เพิ่มเป็นพื้นที่นำร่อง 5 ปี บนพื้นที่สูงภาคเหนือ ร่างแผนปฏิบัติการพัฒนาพืชชนิดนี้ โดยคณะรัฐมนตรี อย่างไรก็ดี กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่เพิ่งได้รับการยอมรับให้สามารถ ปลูกได้ทุกวัตถุประสงค์ โดยประชาชนสามารถปลูกในระดับครัวเรือน ที่ต้องไม่เกิน 1 ไร่ เป็นไปตามที่กฎหมายจาก อย. หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ออกมาตรการกำกับดูแล ในปี พ.ศ. 2564

หลายคนอาจรู้อยู่แล้วว่า ภายในกัญชงมีสารสำคัญอยู่ 2 ตัว คือ สาร THC และ สาร CBD อยู่ในปริมาณน้อย เมื่อนำมาทำเป็นสารสกัดที่มี CBD เป็นส่วนประกอบหลัก และมี THC ไม่เกิน 0.2% คุณจะได้ยาที่มีสรรพคุณที่น่าสนใจ ดังนี้

  • ช่วยผ่อนคลาย เพิ่มความสดชื่น
  • ช่วยแก้ปัญหาการนอนไม่หลับ หรือมีภาวะหลับยาก
  • ลดอาการปวดศรีษะ หรือปวดไมเกรน
  • บำรุงโลหิต
  • ช่วยลดความเสี่ยง โรคหัวใจ เนื่องจากเมล็ดกัญชงมีกรดไขมันดีอย่าง โอเมก้า3 และโอเมก้า6
  • ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ในผู้ป่วย ที่ได้รับเคมีบำบัด
  • ต้านการอักเสบ เชื้อจุลชีพและเชื้อรา
  • ช่วยรักษาโรคทางด้านประสาทต่างๆ
  • กระตุ้นความอยากอาหาร ฯลฯ