กัญชง ( Hemp ) กับ กัญชา ( Cannabis ) แท้จริงแล้วเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร มองผ่าน ๆ ทำไม หน้าตาถึงได้คล้ายกันจนแยกไม่ออก แล้วตามความคิดของคุณ คุณคิดว่าพืชทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นยาเสพติดหรือพืชสมุนไพรไปไขความกระจ่างกับบทความนี้กันเลย
กัญชา (Cannabis) และกัญชง (Hemp) พืชทั้งสองชนิดเป็นพืชล้มลุก ที่มีถิ่นกำเนิดเดียวกันในวงศ์
Cannabaceae ที่อยู่ในตระกูล Cannabis เหมือนกัน ต่างกันที่สายพันธุ์ย่อยจึงทำให้กัญชงและกัญชามี
ลักษณะที่คล้ายกัน โดยจะแตกต่างกันในด้านลักษณะทางกายภาพ และปริมาณสารสำคัญ
กฏหมาย กัญชา กัญชง
กัญชงถูกจัดให้เป็นพืชที่อยู่ในบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 เนื่องจาก กัญชง เป็นพืชสายพันธุ์ย่อยของกัญชา ที่มีสารเสพติดออกฤทธิ์สำคัญที่ชื่อว่า THC (Tetrahydrocannabinol) แต่ในปัจจุบันกัญชาและกัญชงถูกปลดล็อคจากกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ออกประกาศกฎกระทรวงเรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2563 และให้บางส่วนของต้นกัญชง บางส่วนของต้นกัญชา และสารสกัดที่มี CBD (Cannabidiol) เป็นส่วนประกอบและต้องมีสาร THC ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก ไม่จัดว่าเป็นยาเสพติด
กัญชง ( Hemp ) คืออะไร ?
กัญชง เป็นพืชที่มีแหล่งกำเนิดในเขตเอเชียกลาง มีการแพร่กระจายไปทั่วเอเชียตะวันออก อินเดีย ตลอดจนทวีปยุโรป มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L. และเป็นพืชในวงศ์ CANNABACEAE คือวงศ์เดียวกับ กัญชา หรือ Marijuana (Cannabis indica Lam.) ซึ่งมีลักษณะบางอย่างคล้ายคลึงกัน ทำให้สับสนเข้าใจว่ากัญชงมีสรรพคุณเป็นสารเสพติดเหมือนกัญชาในการเสพ การจำแนกพืชสดทั้งสองชนิดจากลักษณะภายนอกที่มองเห็นสามารถนำมาจำแนกได้บางส่วน แต่อย่างไรก็ตาม การจำแนกด้วยองค์ประกอบของสารเคมี สามารถจำแนกได้ชัดเจนดีกว่า ในประเทศไทย โดยมูลนิธิโครงการหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) มีการศึกษาและพัฒนาสายพันธุ์ของกัญชง และขึ้นทะเบียนพันธุ์กับกรมวิชาการเกษตรถึง 4 สายพันธุ์
ความแตกต่างระหว่าง กัญชง และ กัญชา
เมื่อพิจารณาลักษณะทางกายภาพของกัญชงจะเห็นว่ามีความคล้ายคลึงกับกัญชาไม่น้อยทีเดียว เนื่องจากพืชทั้ง 2 ชนิด มีถิ่นกำเนิดและอยู่ในวงศ์เดียวกัน แต่ถ้าลองสังเกตให้ดี ๆ จะรู้ถึงความแตกต่างของกัญชงและกัญชา อาทิ
ใบ : ใบกัญชงมีลักษณะที่เรียวกว่ากัญชา ทั้งยังมีการเรียงตัวห่างกว่า ใบเป็นสีเขียวอ่อน มีแฉกประมาณ 7-11 แฉก ซึ่งต่างจากกัญชาที่มีใบหนากว่า มีการเรียงตัวชิดกัน ส่วนใบมีสีเขียวเข้ม และมีแฉกประมาณ 5-7 แฉก
ลำต้น : ในส่วนของลำต้นกัญชงมีลักษณะเรียวสูงมากกว่า 2 เมตร ลำต้นเป็นปล้องหรือข้อยาว เปลือกเหนียวลอกง่าย แม้แตกกิ่งก้านสาขาน้อยแต่ไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ต้นกัญชาจะมีลักษณะเป็นพุ่ม ลำต้นเป็นปล้องหรือข้อสั้น แตกกิ่งก้านมาก ทั้งสูงไม่เกิน 2 เมตร
เมล็ด : สำหรับเมล็ดกัญชงมีขนาดใหญ่ ผิวเมล็ดเรียบ และเป็นลายบ้าง ส่วนเมล็ดกัญชาจะมีขนาดเล็กกว่า และผิวมีลักษณะมันวาว
ลักษณะทางพันธุกรรม
ลักษณะกัญชง เป็นต้นสูงเรียว มีใบเรียวเป็นแฉกมีประมาณ 7-11 แฉก ต่อ 1 ใบ ขอบใบเหมือนใบเลื่อย ปลายใบเรียวแหลม ก้านใบยาวประมาณ 7 เซนติเมตร ลำต้นสูงเรียวมากกว่า 2 เมตร และมีสีเขียวอ่อน ขณะเดียวกันกัญชงจะออกดอกตามซอกใบ ปลายยอดของดอกเป็นช่อมีสีขาวขนาดเล็ก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4 มิลลิเมตรเท่านั้น ส่วนผลกัญชงมีลักษณะเป็นรูปไข่กลมรี ผิวเรียบมันมีลายสีน้ำตาล ผลเป็นเมล็ดแห้งสีเทา

สารประกอบหลักในพืช กัญชง ( Hemp )
องค์ประกอบสำคัญหลัก ๆ ที่พบในพืชตระกูลนี้ คือสารในกลุ่มคานนาบินอยด์ (Cannabinoids) โดยมีโครงสร้างหลักในรูปของเทอร์พีนอยด์ (Terpenoids) มีสารเคมีที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ (δ-9-tetrahydrocannabinol หรือ Δ9-THC) คานนาบิไดออล (Cannabidiol, CBD) คานนาบินอล (Cannabinol, CBN) และอนุพันธ์ของคานาบินอยด์รูปแบบอื่นๆนิยมใช้การตรวจวัด Δ9- THC เป็นการตรวจเอกลักษณ์ (Identification) กัญชงแยกจากกัญชาได้
กัญชงและกัญชา จึงมีบางส่วนแตกต่างกันที่สำคัญคือ กัญชานั้นจะมีปริมาณสาร THC สูง (ประมาณ 1-10% ตามแต่สายพันธุ์นั้นๆ) แต่กัญชงมีสาร THC ต่่ำ เนื่องจากสาร THC เป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท (Psychoactive) กับตัวรับคาร์นาบินอยด์ชนิดที่ 1 (Carnabinoid receptor I, CB1) ในระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลแบบเฉียบพลัน ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย และมีความรู้สึกสนุก แต่มีอาการข้างเคียงต่อจิตประสาท กระวนกระวาย ซึมเศร้า มีความบกพร่องในความจำและการเรียนรู้ ตลอดจนการทำงานของระบบเคลื่อนไหว การพูดและการใช้ศัพท์ มีผลต่อการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต ในขณะที่สาร CBD เมื่อเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางสามารถจับกับ CB1 ได้ไม่ค่อยดี (Non-psychoactive) พบว่า มีฤทธิ์ต้านการชัก ทำให้ง่วง และลดการกระวนกระวายได้
กฏหมาย
นิยามยาเสพติดให้โทษประเทภ 5 นั้น ไม่มีคำว่า “กัญชง” ปรากฎอยู่ในกฎหมายยาเสพติดฉบับอื่นใด ทำให้เกิดปัญหาควรพิจารณาคือ กัญชงเป็นยาเสพติดหรือไม่? จึงทำให้ใมีการออกประกาศกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึงยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เฉพาะ เฮมพ์ พ.ศ. 2559 ขึ้น
ดังนั้น คำว่า เฮมพ์ ( Hemp ) จึงได้ปรากฎอยู่ในกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 เฉพาะเฮมพ์ พ.ศ. 2559 อาศัยอำนาจกฎหมายแม่ คือ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ได้มีนิยามข้อความว่า เฮมพ์ (Hemp) หมายความว่า พืชที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Canabis sativa L.subsp.sativa อันเป็นชนิดย่อยของพืชกัญชา (Cannabissativa L.) ที่มีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) ไม่เกินร้อยละ 1.0 ต่อน้ำหนักแห้ง
กระทั่งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 กัญชงและกัญชาถูกปลดล็อคไม่ถือเป็นยาเสพติด และยกเลิกความผิดฐานผลิต นำเข้า หรือส่งออก มีไว้ในครอบครอง หรือจำหน่ายมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ แต่ถึงอย่างนั้นสารสกัดที่มีสาร THC เกิน 0.2% ยังคงถือเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 อยู่ ฉะนั้นใครที่คิดปลูกหรือใช้กัญชงควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายในเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วน เพื่อป้องกันไม่ให้ทำผิดกฎหมายแบบไม่รู้ตัว

ประโยชน์ ของ กัญชง ( Hemp )
สรรพคุณของพืชเศรษฐกิจ กัญชง เรื่องแรกคือ ทำให้นอนหลับพักผ่อนได้ง่ายขึ้น เกิดอาการเคลิ้มฝัน ระงับอาการเจ็บปวด ช่วยยับยั้งการจับตัวของเกร็ดเลือด เพราะมีสาร CBD (Cannabidiol) สรรพคุณเหมือนยาแก้อักเสบ หรือยาปฏิชีวนะต่าง แต่แม้ว่าพืชชนิดนี้จะมีสาร THC หรือ (Tetrahydrocannabinol) เหมือนกับกัญชา แต่เมื่อเปรียบเทียบด้านปริมาณแล้วมีน้อยกว่ามาก หรืออาจแทบไม่มีเลยก็ได้ จึงช่วยเสริมความเคลิบเคลิ้ม พักผ่อนสบาย ผ่อนคลายมากขึ้น ส่วนใบสามารถใช้เป็นยาบำรุงเลือดได้ ช่วยคลายกล้ามเนื้อ รักษาโรคเกาต์ หรือเจ็บปวดข้อกระดูก ในอดีตใช้รักษาโรคบิด โรคท้องร่วง
ประโยชน์ของกัญชงที่กำลังจะบอกต่อไปนี้ จัดว่าใช้ได้ทุกส่วนเลยจริง ๆ แบ่งออกเป็น 8 อย่างหลัก ๆ ดังต่อไปนี้
- น้ำมันจากเมล็ด : น้ำมันที่ได้จากเมล็ดสามารถนำไปทำประโยชน์ได้ ตั้งแต่น้ำยาซักแห้ง, ครีมกันแดด, เครื่องสำอาง, สบู่, แชมพู, โลชั่นบำรุงผิว, ลิปบาล์ม, ลิปสติก, น้ำมันเชื้อเพลิง, แผ่นมาสก์หน้า ฯลฯ นอกจากนี้ยังถูกนำไปสกัดเป็นครีมน้ำมันกัญชงช่วยบำรุงผิวที่แห้งให้เกิดความชุ่มชื้น รักษาโรคสะเก็ดเงิน โรคผิวหนังแห้งแตก ลดอาการคัน ได้ผลลัพธ์ดี
- ส่วนของเมล็ด : ใครที่ไม่ได้เอาน้ำมันจากเมล็ดก็สามารถนำเมล็ดที่ได้ไปให้อาหารนก หรือแม้แต่คนก็รับประทานได้เช่นกัน กลายเป็นน้ำมันจากโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 และโอเมก้า 9 นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มวิตามินดีที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ลดความเสี่ยงเกิดมะเร็ง รวมถึงมีสาร linoleic acid, alpha- และ gamma-linolenic acid
- โปรตีนในเมล็ด : นอกจากเรื่องของตัวน้ำมัน หรือเมล็ดโดยตรงแล้ว กัญชงยังมีประโยชน์ที่ได้จากโปรตีนในเมล็ดอีกด้วย ซึ่งมีอยู่ในปริมาณที่สูงมาก จะช่วยนำไปแปรรูปทำเป็นของคาวหวานเพื่อรับประทานได้หลากหลาย เช่น นม ไอศกรีม เนย ชีส น้ำมันสลัด เต้าหู้ โปรตีนเกษตร อาหารเสริม อาหารว่าง ฯลฯ หรือเอาไปแปรรูปเป็นแป้งแทนถั่วเหลืองก็ได้
- เปลือกจากลำต้น : เปลือกที่ได้จากลำต้นนั้นสามารถนำไปทำเป็นเชือก หรือเส้นด้ายเพื่อใช้ในการถักทอทำเครื่องนุ่งห่ม, ผ้าห่ม, ผ้าคลุม ฯลฯ ได้เป็นอย่างดี หรือใช้ทำพิธีกรรมต่าง ๆ เป็นด้ายสายสิญจน์ รองเท้าคนที่ล่วงลับเพื่อเปิดทางนำไปสู่สวรรค์ พิธีเข้าทรง หรืออัวเน้งที่ชาวม้งให้ความสำคัญ เป็นต้น
- เนื้อ และแกนของลำต้น : เนื้อไม้สามารถลอกเปลือกออกแล้วนำไปผลิตเป็นกระดาษได้ ในส่วนของแกนลำต้นมีความพิเศษตรงที่สามารถดูดซับกลิ่น น้ำมัน หรือน้ำได้ค่อนข้างดี แม้ในประเทศไทยเราจะยังไม่มี แต่ในต่างประเทศพบว่านำแกนลำต้นไปผลิตเป็นพลังงานชีวมวล เช่น ถ่านไม้ แอลกอฮอล์ เอทานอล เมทานอล ฯลฯ รวมถึงนำไปผลิตเป็นสิ่งประดับตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ อาคาร
- ใบ และเส้นใย : สุดท้ายเป็นเรื่องของใบกัญชงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็น ยารักษาโรค, อาหาร, แปรรูปเป็นใบชาเพื่อสุขภาพ, นำผงไปชงดื่ม, เป็นอาหารเสริม, ทำไวน์, เบียร์, เส้นพาสต้า, ขนมปัง, คุกกี้, ซอสปรุงรสจิ้มอาหาร รวมถึงเป็นส่วนประกอบเครื่องสำอางที่จะช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น ใครผิวบอบบาง แพ้ง่ายต้องใช้เลย ส่วนเส้นในตามความเชื่อจัดว่าเป็นมงคลมาก มีความเหนียว นุ่ม ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่นำไปถักตัดกิโมโนด้วยความทนทานนับ 100 ปีก็ยังสภาพดีอยู่