พืช กัญชา ในปัจจุบันมีหลากหลายชนิดมาก จนอาจจะนับเป็นตัวเลขไม่หมดเลย พืชกัญชามีเกิดขึ้นมาจากหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก มีหลากหลายสายพันธุ์ ที่มีคุณสมบัติ และลักษณะที่แตกต่างกันออกไป และไม่ว่าจะเป็นกัญชาไทย หรือ กัญชานอก ก็สามารถให้ทั้งคุณประโยชน์ และโทษที่ต่างกันออกไป โดยพืช กัญชา นั้น เป็นพืชสกุล Cannabis อยู่ในวงศ์ Cannabaceae มี 3 สายพันธุ์กัญชา หลัก ที่พบบ่อย ได้แก่ สายพันธุ์ ซาติวา ( Cannabis sativa ) สายพันธุ์ อินดิกา ( Cannabis indica ) และสายพันธุ์ รูเดอราลิส ( Cannabis ruderalis ) ส่วนคำว่า มาลีฮวนน่า Marijuana เป็นคำแสลง ที่ใช้เรียกส่วนดอกของต้นกัญชาที่นำมาสูบ

3 สายพันธุ์หลัก พืชกัญชาที่พบบ่อยที่สุด
- ซาติวา (Cannabis sativa) : เป็นภาษาละติน แปลว่า เพาะปลูก ตั้งโดย คาโรรัส ลินเนียส Carolus Linnæus หรือ ( Carl Linnaeus ) นักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดน โดยจัดวงศ์พืชชนิดนี้ไว้ เมื่อปี ค.ศ. 1753 ( พ.ศ. 2296 ) มีแหล่งกำเนิดบริเวณแถบเส้นศูนย์สูตร เช่น โคลัมเบีย เม็กซิโก ( ทวีปอเมริกา ) ตอนกลางของทวีปแอฟริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ลักษณะ : มีลำต้นหนา ความสูงเมื่อเติบโตเต็มที่ ประมาณ 6 เมตร ใบยาว เรียว สีเขียวอ่อน ระยะเวลาการเติบโตพร้อมเก็บเกี่ยว 9-16 สัปดาห์ ชอบแดดและ อากาศร้อน
สรรพคุณ : มีสาร THC ( Tetrahydrocannabinol ) ที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้รู้สึกอารมณ์ดี กระปรี้กระเปร่า จึงได้รับความนิยมจากเหล่านักปรัชญา ศิลปิน นักดนตรี - อินดิกา (Cannabis Indica) : ผู้ค้นพบสายพันธุ์นี้คือ ฌอง-แบ๊บติสท์ ลามาร์ค ( Jean-Baptiste Lamarck ) ทหารนักชีววิทยา ชาวฝรั่งเศส ผู้ตั้งชื่อและตีพิมพ์ความรู้ เรื่องกัญชาสายพันธุ์นี้ ในปี ค.ศ. 1785 ( พ.ศ. 2328 ) กัญชาสายพันธุ์อินดิกา ได้ชื่อตามแหล่งกำเนิดที่ค้นพบในอินเดีย และบริเวณตะวันออกกลาง เช่น ปากีสถาน อัฟกานิสถาน โมร็อกโก
ลักษณะ : มีลำต้นพุ่มเตี้ย ความสูงเมื่อเติบโตเต็มที่ประมาณ 180 เซนติเมตร ใบกว้าง สั้น สีเขียวเข้ม ( เมื่อเทียบกับซาติวา ) กิ่งก้านดกหนา ระยะเวลาการเติบโตพร้อมเก็บเกี่ยว 6-8 สัปดาห์ ชอบที่ร่มและอากาศเย็น
สรรพคุณ : มีสาร CBD ( Cannabidiol ) ซึ่งออกฤทธิ์ระงับ ประสาท ( Sedative ) ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ลดอาการปวดเรื้อรัง - รูเดอราลิส (Cannabis ruderalis) : ผู้ตีพิมพ์เรื่องราว กัญชาสายพันธุ์นี้คนแรก คือ นักพฤกษศาสตร์ชาวรัสเชีย ดี.อี. จานิสเชสกี้ ( D. E. Janischewsky ) เมื่อปี ค.ศ. 1924 ( พ.ศ. 2467 ) กัญชาสายพันธุ์ รูเดอราลิส มีแหล่ง กำเนิดบริเวณตอนกลางและตะวันออกของทวีปยุโรป เช่น รัสเชีย
ลักษณะ : มีลำต้นเตี้ยที่สุดในบรรดา 3 สายพันธุ์ ดูคล้ายวัชพืช ใบกว้างมี 3 แฉก เติบโตเร็ว อยู่ได้ทั้งอากาศร้อนและเย็น
สรรพคุณ : ปริมาณสาร THC น้อย ( เมื่อเทียบกับสองสายพันธุ์แรก ) ทำให้ผ่อนคลาย นอนหลับ ลดอาการคลื่นไส้ แต่มี CBD สูง มักนำไปผสมข้ามสายพันธุ์ ( hybrid ) กับซาติวาและอินดิกา เพื่อให้ได้คุณสมบัติทางยา ที่หลากหลายมากขึ้น
7 สายพันธุ์ กัญชานอก ที่ให้ผลผลิตสูง เหมาะสำหรับปลูกในที่ร่ม ( Indoor )
- BIg Bud : เป็นสายพันธุ์กัญชาทำเงิน ที่ชนะเงินรางวัลมาแล้วมากมาย โดยบริษัท Sensi Seed ของประเทศ เนเธอร์แลนด์ ผสมจากสายพันธุ์ อัฟกัน Skunk#1 และ Northern Lights มีชื่อเสียงเรื่องให้ผลผลิตสูงมาตั้งแต่ยุค 80
- Critical Mass : สายพันธุ์ที่ปลูกง่าย คัดลอกหรือเพาะชำสายพันธุ์ได้ง่าย อายุสั้น ปรับตัวได้ดีในแทบทุกสถานการณ์ ให้ผลผลิตที่สูงที่สุดในสายพันธุ์กัญชาทั้ง 7 ชนิด
- Chronic : เป็นการผสมข้ามสายพันธุ์ ระหว่าง Northern Lights , Skunk x Northern Lights และ AK-47 ชนะมาแล้ว 7 รางวัล จากการแข่งขันสายพันธุ์กัญชา
- Industrial Plant : ถูกผสมพันธุ์ขึ้นมาตั้งแต่ในยุค 70 ระหว่างสายพันธุ์ indica อัฟกัน กับ Sativa ไทย ปลูกง่าย ไม่ว่าจะในที่ร่มหรือกลางแจ้ง
- Black Sugar : เป็นการผสมพันธุ์ระหว่าง Black Domina , LA OG และ Critical ทำให้ได้สายพันธุ์ที่โตเร็ว ให้ผลผลิตดี มีสาร THC ( Tetrahydrocannabinol ) ที่สูงถึง 20%
- White Widow x Big Bud : เป็นอีกสายพันธุ์หนึ่ง ที่ให้ผลผลิตสูง และขายได้ดีตลอดกาล ความสูงไม่เกิน 3 ฟุต ก้านแน่นและหนา โตง่ายในเต็นท์ปลูก
- Power Plant : เป็นอีกหนึ่ง สายพันธุ์กัญชา คลาสสิค ที่ให้ผลผลิตสูง เคยชนะรางวัลสายพันธุ์ลูกผสม ของแอฟริกาใต้ในทศวรรษที่ 90
เทคนิคการแยกเพศในพืชกัญชา ทั้ง กัญชานอก และ กัญชาไทย
ต้น กัญชา มี 2 ชนิดหลัก ๆ แยกได้ตามเพศ ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม โดยสังเกตได้จากลักษณะของลำต้น ดอก ใบ และมีการนำประโยชน์แตกต่างกัน ดังนี้
- กัญชาเพศผู้ : ลำต้นมีข้อถี่กว่า ใบเล็กและยาวกว่า ที่โคนกิ่งมีตาหรือดอก จะบานเมื่อต้นโตเต็มที่ ออกดอกน้อย ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ แยกกันอิสระ มีสีเขียวอมเหลือง ยอดของ ช่อดอกกัญชาตัวผู้จะเรียกว่า ดอก ระยะเวลาการบานประมาณ 2 เดือน ส่วนใหญ่จะปลูกเพื่อนำมาใช้ในการผสมพันธุ์
- กัญชาเพศเมีย : ลำต้นมีข้อห่างกว่า ใบใหญ่และสั้นกว่า ตาหรือดอกบริเวณโคนกิ่ง จะหุบเมื่อต้นโตเต็มที่ ออกดอกเป็นช่อ กลีบเลี้ยงสีเขียวเข้ม ภายในมียอดเกสร ( Stigma ) 2 อัน สีน้ำตาลแดง อายุของดอกสั้น ใช้เวลาติดผลประมาณ 3-4 สัปดาห์ นิยมปลูกมากกว่าเพศผู้ เนื่องจากสามารถผลิตสารสำคัญได้มากกว่า


นอกจากนี้ยังมี กัญชากะเทย หรือกัญชาที่มี 2 เพศ คือมีทั้งเกสรตัวผู้และตัวเมีย อยู่ในต้นเดียวกันได้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น เกิดจากความเครียดและปัจจัยต่าง ๆ เช่น แสงแดดที่มากไป น้ำที่มากเกินไปหรือไม่เพียงพอ แมลงศัตรูพืชแมลง โรคของพืช หรืออาจจะถูกพัฒนาภายหลังก็ได้ แต่ไม่นิยมปลูกเพราะไม่เป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากมีสารแคนนาบินอยด์น้อยกว่ากัญชาตัวเมียนั่นเอง
วิธีการปลูกกัญชาให้ได้ผลผลิตที่ตรงตามเป้าหมาย
- การเตรียมดิน : ควรไถพรวนดินก่อนปลูก อย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อให้ดินเกิดความอ่อนตัว ถ่ายเทอากาศได้ดี และเป็นการทำลายวัชพืชไปในตัวด้วย หลังจากที่ไถพรวนดินเรียบร้อย ให้ทำเป็นร่องระบายน้ำสูง 50 ซม. แต่ละแถวมีระยะห่างกัน 100 ซม. จากนั้นให้ขุดหลุมกว้างประมาณ 40-50 ซม. ลึก 40-50 ซม. และให้มีระยะห่างระหว่างหลุมประมาณ 30-60 ซม. นอกจากนี้ยังสามารถรองก้นหลุมด้วยดินคลุกกับปุ๋ยคอกได้ โดยต้นกัญชา จะชอบดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีความร่วนซุย ระบายน้ำได้ มีอินทรียวัตถุสูง และมีค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ระหว่าง 5.8-6
- การปลูก : ต้นกัญชา นิยมปลูกด้วย 2 วิธี คือ การหว่าน มีวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตเส้นใย และการหยอดหลุมด้วยเมล็ดหรือต้นกล้า เพื่อผลิตเมล็ดและช่อดอก ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมมากกว่า ทำได้โดยการหยอดเมล็ดพันธุ์ลงในหลุมปลูก ที่เตรียมไว้หลุมละ 3-5 เมล็ด ให้มีความลึกประมาณ 1-2 ซม. หรือเพาะต้นกล้าให้มีอายุประมาณ 3-4 สัปดาห์ กระตุ้นให้กล้าแข็งแรง และงดรดน้ำ 1 วัน ก่อนย้ายปลูก จากนั้นให้ย้ายต้นกล้ามาลงหลุมปลูก หลุมละ 5-7 ต้น บริเวณที่ปลูกกัญชาควรมีอากาศเย็น ประมาณ 19-28 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังไม่ค่อยชอบน้ำมากนัก หรือเฉลี่ยประมาณ 500-600 มิลลิเมตรต่อวงจรการปลูกแต่ละครั้ง ทำให้นิยมปลูกกัญชากันในเดือนกันยายนถึงกุมภาพันธ์ เพื่อให้ได้ช่อดอกที่สมบูรณ์ พร้อมเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์
- การรดน้ำและใส่ปุ๋ย : สามารถรดน้ำ ใส่ปุ๋ยโดยเฉพาะปุ๋ยคอก เช่น มูลไก่ มูลวัว รอบ ๆ ต้นได้ทุกวัน และควรหมั่นกำจัดวัชพืช และฉีดยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชอย่างสม่ำเสมอด้วย นอกจากเมื่อต้นโตใกล้ออกดอก ควรหมั่นพรวนดิน ตัดรากรอบ ๆ ต้น เพื่อให้ต้นเป็นพุ่มเตี้ย ไม่โตสูงจนเกินไป
- การคัดต้น : เมื่อปลูกกัญชาได้ประมาณ 45 วัน หรือมีความสูงประมาณ 50-60 ซม. ก็สามารถแยกได้แล้วว่าต้นไหนเป็นกัญชาตัวผู้หรือกัญชาตัวเมีย ให้ถอนกัญชาตัวผู้ทิ้ง เก็บไว้เฉพาะกัญชาตัวเมีย
- การเก็บเกี่ยว : ต้นกัญชาสามารถเก็บเกี่ยวได้ ตั้งแต่อายุได้ 4 เดือนขึ้นไป หรือประมาณ 5-6 เดือน โดยทำได้ 2 วิธีคือ ถอนทั้งต้น หรือตัดครึ่งต้น และควรเก็บเกี่ยวในวันที่มีแสงแดดจัด เพราะจะทำให้มีสาร THC สูงมาก เมื่อเก็บเกี่ยวต้นกัญชาแล้ว ให้นำไปตากแดดจนแห้ง จากนั้นนำไปเคาะเมล็ดเพื่อใช้ทำพันธุ์ต่อไป