พืช กัญชา เป็นพืชที่มีทั้งประโยชน์และโทษมากมาย ประโยชน์ที่มีการศึกษาการอย่างแพร่หลายคือสารสำคัญที่อยู่ในพืชกัญชา ไม่ว่าจะเป็นสาร CBD (Cannabidiol) และ THC (Tetrahydrocannabinol) ที่ได้นำมาใช้รักษาโรค โดยสัดส่วนของปริมาณทั้งสอง มีความจำเพาะในแต่ละโรค ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องศึกษาถึงสายพันธุ์ของพืช กัญชา และการผลิตกัญชาลูกผสม หรือเรียกอีกอย่างว่า กัญชา Hybrid นั่นเอง เพื่อที่จะให้ได้สาร CBD และ THC ที่เหมาะสมกับความต้องการ ในการใช้ประโยชน์ แต่ยังต้องพึงระวังว่าพืชกัญชานั้นยังมีส่วนที่เป็นพิษต่อร่างกาย เพราะฉะนั้นจึงต้องศึกษาให้ดี และใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ จึงจะปลอดภัยที่สุดในการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรค หรืออาการต่างๆของร่างกาย

ความหลากหลายและสารสำคัญในพืชกัญชา
ต้นกัญชา ( Marijuana ) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L. Subsp. indica ( Lam. ) E. Small & Cronquist และมีสารสำคัญหลักคือสาร THC ( Tetrahydrocannabinol ) ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย มีผลต่อจิตประสาท ลดความตึงเครียด แต่ต้องใช้ปริมาณที่เหมาะสม และ CBD ( Cannabidiol ) ช่วยลดอาการอักเสบของบาดแผล ลดอาการเจ็บปวด ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง พืชกัญชา ไม่ใช่พืชที่สามารถรักษาได้ทุกโรค พืชกัญชาแต่ละสายพันธุ์ ก็มีสารประกอบต่างๆ ในปริมาณที่แตกต่างกัน เราจึงจำเป็นจะต้องศึกษาให้แน่ใจก่อนว่าปริมาณของสาร CBD และสาร THC ที่มีอยู่ในพืชกัญชา ว่าเหมาะกับโรคที่จะรักษาหรือไม่ เพราะนอกเหนือจากสาร CBD และสาร THC แล้วนั้น พืชกัญชายังมีสารประกอบอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งที่มีประโยชน์ และมีพิษ
3 สายพันธุ์หลักพืชกัญชา
- สายพันธุ์อินดิก้า Cannabis indica Lam. : พบมากในแถบตะวันออกกลาง เช่น ประเทศอัพกานิสถาน จีน ทิเบต เนปาล บริเวณที่มีอากาศแห้ง ลักษณะต้นเตี้ยเป็นพุ่ม ใบกว้างมักจะมีสีเขียวเข้ม เพราะมีคลอโรฟีลล์มาก ดอกแน่นติดกัน มีค่า THC ต่ำ แต่ค่า CBD สูงกว่า สายพันธุ์กัญชา ซาติว่า นิยมนำดอกมาสกัดเป็นน้ำมันใช้ในทางการแพทย์ เพื่อการผ่อนคลาย หลังจากที่เริ่มออกดอกมันจะมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ภายใน 6 ถึง 8 สัปดาห์
และเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับการปลูกในร่ม เนื่องจากลำต้นไม่สูงเท่ากับสายพันธุ์ซาติว่า ดอกมีลักษณะอวบและหนาแน่น มีรสชาติและกลิ่นหอมที่หลากหลายตั้งแต่รสชาติกลิ่นเหม็นฉุน ไปจนถึงรสชาติกลิ่นหอมหวานคล้ายผลไม้ สายพันธุ์อินดิก้ามีฤทธิ์ในการต่อสู้กับอาการเจ็บปวด, ฤทธิ์ระงับประสาท และฤทธิ์ในการผ่อนคลายมากที่สุด ผู้ป่วยมักจะใช้สายพันธุ์อินดิก้า เพื่อช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับและอาการเจ็บปวดรุนแรงในช่วงท้ายของวัน เนื่องจากมีฤทธิ์ที่ทำให้มึนเมาอย่างมาก คุณสมบัติในการระงับประสาทและระงับความเจ็บปวด ทำให้มันเป็นที่ต้องการอย่างมากของผู้ป่วยทางการแพทย์ - สายพันธุ์ซาติว่า ( Cannabis sativa L. ) : ส่วนมากแล้ว พืช ( กัญชาog ) สายพันธุ์นี้ มาจากแถบบริเวณเส้นศูนย์สูตร ( ประเทศโคลัมเบีย, เม็กซิโก และ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ) มีลำต้นสูงผอม ใบแคบ และมีสีเขียวอ่อน เจริญเติบโตเร็วกว่าเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อินดิก้า และมีความสูงของต้นถึง 20 ฟุตในหนึ่งฤดู ใช้ระยะเวลาประมาณ 10 ถึง 16 สัปดาห์กว่าจะเจริญเติบโตเต็มที่ มีรสชาติตั้งแต่รสคล้ายดินไปจนถึงรสหวานคล้ายผลไม้ มักจะทำให้เกิดอาการหวาดระแวงและอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ดังนั้นสายพันธุ์ซาติว่าจึงไม่ค่อยถูกเลือกมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ในการรักษาโรค ข้อดีของสายพันธุ์ซาติว่า คือทำให้รู้สึกดี ช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้า, อาการเมื่อยล้า, กระตุ้นความอยากอาหาร, อาการเจ็บปวด และอาการคลื่นไส้ สายพันธุ์ซาติว่ายังเป็นสายพันธุ์ที่เคยได้รับความนิยมและมีจำหน่ายในทางตอนเหนือของอเมริกาในช่วงยุค 60s และ 70s แม้ว่าสายพันธุ์ซาติว่าจะค่อนข้างหายาก แต่มันยังคงเป็นที่ต้องการของนักปรับปรุงพันธุ์ที่ใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมในการออกแบบสายพันธุ์ลูกผสมต่างๆ - สายพันธุ์รูเดอราลิส Cannabis Ruderlis Janisch : มีต้นกำเนิดในตอนกลาง ของรัสเซีย มีปริมาณสาร THC เพียงเล็กน้อย และเป็นสายพันธุ์ที่แทบจะไม่มีการปลูกขึ้น เพื่อการสูบสันทนาการ แต่มีสาร CBD ในปริมาณมาก ดังนั้นจึงได้รับความนิยมอย่างมากในทางการแพทย์ นอกจากนี้สายพันธุ์ รูเดอราลิส ยังมีความน่าสนใจในเรื่องของการออกดอก ที่ขึ้นอยู่กับอายุ แทนที่จะเป็นวงจรของแสง คือการออกดอกแบบ autoflowering หมายความว่าถึงแม้ว่าจะปลูกสายพันธุ์นี้ในร่มภายแสงไฟตลอด 24 ชั่วโมง แต่มันจะออกดอกตามตารางเวลา ทางพันธุกรรมของมันเอง ดังนั้นเมื่อนำสายพันธุ์นี้ไปผสมข้ามสายพันธุ์กับสายพันธุ์อินดิก้าหรือสายพันธุ์ซาติว่า ผลที่ได้ก็จะมีแนวโน้มที่จะออกดอกแบบ autoflowering และมีปริมาณสาร CBD ที่สูงขึ้น
Cannabis Hybrid หรือ การพัฒนาสายพันธุ์กัญชา
ประโยชน์ของการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ ของพืชกัญชา คือ นักปรับปรุงสายพันธุ์กัญชา สามารถสร้างสายพันธุ์ที่ต้องกับความต้องการ ของผู้ปลูกและผู้ป่วยได้ ซึ่งในปัจจุบัน สายพันธุ์ลูกผสมเป็นที่นิยมในตลาดอย่างมาก เนื่องจากมีปริมาณสารสำคัญตรงตามความต้องการในการใช้ประโยชน์ และกัญชาสายพันธุ์ Hybrid ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่
- สายพันธุ์ลูกผสมแบบซาติว่าเด่น ( Hybrid Sativa Dominant ) : สายพันธุ์ลูกผสมแบบสายพันธุ์ ซาติว่าเด่น เป็นที่ต้องการ ในฐานะยารักษาโรคที่มีคุณสมบัติ ในการสร้างแรงจูงใจ โดยไม่ทำให้มีอาการหวาดระแวงเหมือนกับ สายพันธุ์ซาติว่าบริสุทธิ์ ซึ่งสายพันธุ์ซาติว่าเด่น ทำให้รู้สึกดี , กระปรี้กระเปร่า และทำให้รู้สึก high ทางสมอง เหมาะสำหรับการสูบในเวลากลางวัน และช่วงเวลาพักผ่อน นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเป็นยาต้านอาการซึมเศร้า และมีการกระตุ้นความอยากอาหาร ทั้งยังมีประโยชน์มากมายที่สามารถใช้เป็นยารักษาโรคได้
- สายพันธุ์ลูกผสมแบบอินดิก้าเด่น ( Hybrid Indica Dominant ) : สายพันธุ์ลูกผสมแบบอินดิก้าเด่นถือว่าเป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุด และเป็นที่ชื่นชมอย่างกว้างขวางในด้านของประโยชน์ทางการแพทย์ เช่น สายพันธุ์คุช (Kush) มีคุณสมบัติมากมายที่ตรงกับความชื่นชอบของทั้งผู้ปลูกและผู้ป่วย เพราะฉะนั้นกัญชาทางการแพทย์ส่วนใหญ่มักจะเป็นสายพันธุ์ลูกผสมอินดิก้า
- สายพันธุ์ลูกผสมอินดิก้ากับรูเดอราลิส : กัญชาสายพันธุ์นี้ จะมีระดับสาร CBD ที่สูงขึ้น ทำให้สายพันธุ์เหล่านี้มีประโยชน์ที่ช่วยในการนอนหลับ สำหรับผู้ที่ทุกข์ทรมานจากอาการบาดเจ็บ , อาการนอนไม่หลับ หรืออาการอักเสบที่รุนแรง

ปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์กัญชามาอย่างต่อเนื่อง นั่นจึงทำให้มีกัญชาที่เป็นสายพันธุ์ Hybrid เกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก และในบทความต่อไปนี้ เราจะขอแนะนำสายพันธุ์กัญชา ที่มีค่าเฉลี่ยของสาร THC สูงสุด 5 สายพันธุ์ ให้ทุกคนได้รับทราบ และทำความเข้าใจไปพร้อมๆกัน
- สายพันธุ์ Chem BerryD : THC 25-32 % : ด้วยปริมาณของสาร THC ที่สูงสุดถึง 32% ส่งผลให้ Chem BerryD เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน ส่งผลประหนึ่งรับยากล่อมประสาท ในปริมาณมหาศาลเข้าร่างกายอย่างรวดเร็ว และยังมีกลิ่น Terpene ที่ซับซ้อนระหว่างกลิ่นผลไม้ Fruity และ กลิ่น Chemical fuel เข้าไว้ด้วยกัน ข้อที่ดีของสายพันธุ์นี้คือ ปลูกได้ค่อนข้างง่าย ใช้เวลาเพียง 10 สัปดาห์ ในการออกดอก สามารถปลูกได้ทั้งในที่ร่มและที่แจ้ง และยังให้ผลผลิตมาก ต้นมีขนาดไม่ใหญ่มากเกินไป เจริญได้ในสภาพอากาศที่หลากหลาย
- สายพันธุ์ Bruce Banner BX2.0 : THC 25-30 % : กัญชาสายพันธุ์นี้ มีปริมาณของสาร THC สูงถึง 30% เป็นลูกผสมระหว่าง Strawberry Diesel และ Bruce Banner#3 พืชกัญชาสายพันธุ์นี้โตเร็ว ให้ผลผลิตมาก ใช้เวลาฝนการเติบโต เพียง 10 สัปดาห์
- Hulk berry : THC 27 % : เป็นกัญชาสายพันธุ์ที่แข็งแรง ต้นสูง และเต็มไปด้วยกลิ่นหอมๆ ของ berry และยังมีระดับของสาร THC ประมาณ 27% ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเป่า เพลิดเพลินได้ยาวนาน ( ถ้าใช้ในปริมาณที่เหมาะสม )
- Original Glue : THC 24-30 % : สายพันธุ์กัญชาในกลุ่ม Glue ลักษณะของยางเหนียวๆ ของเกสรอันอุดมสมบูรณ์ใน ช่อดอกกัญชา อันเป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์นี้ โดย Original Glue เป็นลูกผสมระหว่าง Chem’s Sister, Chocolate Diesel และ Sour Dubb ด้วยความหลากหลายนี้ ทำให้ได้รสชาติเฉพาะและมีปริมาณของสาร THC ที่สูงสุดถึง 30%
- Girl Scout cookies : THC 25-28 % : กัญชาสายพันธุ์ Girl Scout Cookies มีกลิ่นหอมที่ซับซ้อน มีทั้งความหวานหอมจากผลไม้ บวกกับกลิ่นมินต์ ที่สดชื่น ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการใช้เพื่อสันทนาการ
สายพันธุ์กัญชา Hybrid ที่มีค่าเฉลีย CBD สูง เพื่อใช้ทางการแพทย์
ในบุคปัจจุบัน มีหลายประเทศทั่วโลกที่อนุญาตให้ใช้สาร CBD ในทางการเเพทย์ รวมทั้งประเทศไทย ที่อนุญาตให้ผู้ป่วยสามารถใช้กัญชาทางการเเพทย์ได้ สายพันธุ์กัญชาที่ถูกปลูกขึ้นเพื่อที่จุดประสงค์หลักก็คือการนำไปรักษาผู้ป่วยในโรคต่างๆ เรียกว่า สายพันธุ์ CBD โดยสายพันธุ์กัญชา ที่นิยมนำมาใช้ทางการเเพทย์ส่วนใหญ่จะเน้นสายพันธุ์ที่มี CBD สูงๆ แต่มี THC ที่ต่ำหรือใกล้เคียง สาเหตุที่มีการผลักดันให้ใช้ CBD ทางการเเพทย์มากกว่า และสายพันธุ์กัญชา ที่มีค่าของสาร CBD สูงที่สุด นั่นก็คือ
- Cannatonic : กัญชาสายพันธุ์ Cannatonic เป็นสายพันธุ์กัญชาที่มี CBD ที่สูง เป็นลูกผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง Reina Madre และ NYCD มีปริมาณ CBD และ THC อยู่ในอัตราส่วน 1:1 เป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสม ที่จะนำไปทำเป็นยา
- CBD Therapy : เป็นสายพันธุ์กัญชาที่มีปริมาณ THC เพียง 0.5% แต่มี CBD สูงถึง 10% เหมาะสำหรับทำผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันกัญชา หรือสเปรย์ สามารถใช้สายพันธุ์นี้ในการผลิตได้ เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องการใช้ยา แต่ไม่ต้องการอาการมึนเมา ทำให้ไม่กระทบต่อการทำงานหรือแม้กระทั่งกิจกรรมอื่นๆ
Candida (CD-1): เป็นสายพันธุ์กัญชาที่ถูกผสมกันระหว่างพันธุ์ AC/DC กับ Harlequin มี CBD ที่สูงถึง 11-20% และ THC ที่ 0.5% เป็นสายพันธุ์ที่มี CBD สูงที่สุด และ THC ต่ำที่สุดในสายพันธุ์กัญชาทางการแพทย์ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน