พืชกัญชามีสารสกัดในตัวเองมากกว่า 400 ชนิด และยังสามารถนำมาสกัด หรือแปรรูป ได้อย่างหลากหลาย และในบทความนี้เราจะมาพูดถึง 1 ในรูปแบบการสกัดพืชกัญชา ให้มาเป็นรูปแบบของ resin หรือ LiveResin ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของสารสกัดกัญชา ถูกผลิตขึ้นโดยใช้ดอกกัญชาสด ๆ เท่านั้น และเจ้าดอกกัญชาที่เพิ่งถูกเก็บเกี่ยวมาใหม่ ๆ จะถูกแช่แข็งด้วยอุณหภูมิต่ำตลอดการสกัด เพื่อให้ได้สารสกัดที่ตามความต้องการ
โดยปกติแล้ว พืชกัญชาจะสกัดได้ ก็ต่อเมื่อถูกทำให้แห้งเสียก่อนเพื่อให้ได้มาซึ่งความเข้มข้นของสารต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม กระบวนการของการตากแห้ง ก็ทำให้คุณภาพของสาร terpene น้อยลงเช่นกัน จากการโดนออกซิเจนนานๆ หรือการถูกแสงอีกด้วย แต่การสกัดแบบแช่แข็ง ทำให้ Live Resin สามารถรักษา terpene ไว้ในระดับที่สูงมาก นั่นหมายความว่า ความเข้มข้นของคุณภาพสาร THC และ CBD จะยังคงอยู่มากด้วย อีกทั้งยังเก็บกลิ่นของสายพันธุ์กัญชาที่เรานำมาใช้ได้ดีอีกด้วย

สาร terpene คืออะไร ?
กลุ่มของสารเทอร์ปีน ( Terpenes ) จะหลั่งออกมาจากต่อมเดียวกับสาร Cannabinoids ( ที่มีสารสำคัญ 2 ชนิดคือ THC, CBD ) ซึ่งสารเหล่านี้ มีอยู่ในต้นกัญชา สารเทอร์ปีน ( Terpene ) จะให้กลิ่นเฉพาะ เป็นน้ำมันหอมระเหยสกัดที่มีในกัญชา ทำให้มีสีสันที่หลากหลาย ในเรื่องของกลิ่นและรสชาติที่โดดเด่น เหมือนกับพืชตระกูล ส้ม เบอร์รี่ มิ้นต์ และสน ไม่เหมือนกับพืชหรือไม้ดอก ที่มีกลิ่นแรงชนิดอื่น การพัฒนากลุ่มสารเทอร์ปีน ( Terpenes ) ในพืชกัญชาเริ่มต้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการแผ่ขยายพันธุ์ มีปัจจัยหลายอย่าง ที่มีผลต่อการพัฒนาของเทอร์ปีน ( terpenes ) ในพืชกัญชา ซึ่งรวมถึงสภาพภูมิอากาศ สภาพอากาศ อายุและการเจริญเติบโตเต็มที่ ปุ๋ย ชนิดของดิน หรือแม้แต่ช่วงเวลาของวัน กลุ่มสารเทอร์ปีน ( Terpenes ) มีมากกว่า 100 ชนิดที่แตกต่างกันที่ถูกระบุในพืชกัญชา โดยสายพันธุ์ทุกชนิดมีแนวโน้มที่จะมีชนิดและองค์ประกอบของสารเทอร์ปีน ( Terpene ) ที่มีลักษณะเด่น มีความเป็นพิเศษเฉพาะ
สารเทอร์ปีน ( Terpene ) แต่ละชนิด มีความเกี่ยวข้องกับการออกฤทธิ์ของสารที่เป็นลักษณะเด่นพิเศษ เช่น ช่วยเสริมในเรื่องการผ่อนคลาย และบรรเทาความเครียด ในขณะที่เทอร์ปีน ( Terpene ) บางชนิดส่งเสริมจุดความสนใจและความชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น สาร Linalool จะช่วยผ่อนคลาย ในขณะที่สาร limonene นั้นจะช่วยยกระดับอารมณ์
ทั้งนี้จำเป็นต้องมีการศึกษา และวิจัยเพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบของสารเทอร์ปีน ( terpene ) ในแต่ละครั้ง เมื่อใช้ร่วมกับสารอื่น ความแตกต่างของกลุ่มสารเทอร์ปีน อาจดูจะเข้าใจยาก แต่กลุ่มสารเหล่านี้ สามารถเพิ่มความรู้ที่ลึกซึ้งให้กับศิลปะพืชสวน และแวดวงผู้เชี่ยวชาญในเรื่องกัญชา โดยสิ่งสำคัญที่สุด คือกลุ่มสารเทอร์ปีน ( terpenes ) ที่จะมอบคุณค่าประโยชน์ทางการแพทย์เพิ่มเติม เนื่องจากกลุ่มสารเทอร์ปีน ( terpenes ) เป็นสื่อกลางในการทำงานร่วมกันระหว่างร่างกายของเรากับสาร cannabinoids ในการรักษา
เรซิ่นสดคืออะไร ?
liveresin คืออะไร ในบทความต่อไปนี้ เราจะมาอธิบายให้ทุกคนได้ศึกษาและทำความเข้าใจไปพร้อมๆกัน LiveResin คือสารสกัดจากดอกกัญชาชนิดหนึ่ง ซึ่งต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสารสกัดจากดอกกัญชานั้น มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่ง Resin ก็เป็นหนึ่งในนั้น เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Resin คือ รสชาติที่ชัดเจน และเอฟเฟคความเมา ที่รุนแรงการสกัดเรซินสดนั้น มีหลากหลายวิธี
แต่เทคนิคที่เราแนะนำเป็นวิธียอดนิยม เพราะได้ปริมาณของ Resin มากที่สุดคือ การสกัดเย็น ดอกกัญชาที่เก็บเกี่ยวใหม่ๆ ( โดยไม่ต้องตากแห้ง ) จะนำไปแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำมากๆ หรือติดลบ เพื่อให้ไตรโคมนั้นแข็งตัว และจับกันเป็นก้อนๆ ข้อดีของการแช่เย็นคือ มันจะทำให้รสชาติและกลิ่นของดอกนั้น ชัดเจนมากขึ้น หลังจากนั้น ก็จะนำดอกกัญชา ไปเพิ่มอุณหภูมิจนเกิดความร้อนสูงอย่างรวดเร็ว ในเมืองนอกจะนิยมใช้เครื่อง Flat Iron โดยมีแผ่นเหล็กที่มีความร้อนสูง 2 แผ่นมาบีบกับดอกกัญชา จน Resin ค่อยๆ ไหลออกมา Resin สดจะมีลักษณะเป็นสีเหลืองเข้ม โดยความเหนียวและสีจะอยู่ประมาณ สีของขี้ผึ้ง Resin ที่ดีไม่ควรเปียกเกินไป และไม่เหลวเกินไป
ต้นกำเนิดของ Resin นั้นมาจาก กลุ่มนักปลูกกัญชา และนักสกัดกัญชา กลุ่มเล็กๆ ในรัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกาในปีพ.ศ 2554 ที่รู้จักกันในชื่อ Kind Bill และ Giddy Up ผู้ก่อตั้ง EmoTek Labs ห้องวิจัยกัญชา เป็นผู้บุกเบิกกระบวนการสกัดเรซินแบบสดด้วยเครื่องสกัด BHO โดยความพิเศษของเครื่องนี้มันสามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ
วิธีการทำ LiveResin จากการสกัดจากกัญชาสด
- เริ่มกระบวนการสกัดโดยการแช่แข็งกัญชา 20 นาที หลังการเก็บเกี่ยว อุณหภูมิควรอยู่ที่ประมาณ -80F (-62C) ต้องเย็นตลอดระยะเวลา
- เมื่อดอกกัญชา ถูกแช่แข็งแล้วให้นําออกจากช่องแช่แข็งและบดด้วยมือ หรือเครื่องบด
- หลังจากบดดอกกัญชาแช่เเข็งเสร็จแล้ว ให้บรรจุในหลอดสกัดเพื่อเตรียมพร้อมสําหรับกระบวนการสกัด โปรดทราบว่าอย่าใส่ดอกกัญชาในหลอดมากเกินไป เพื่อให้ตัวทําละลายซึมผ่านได้
- สกัดสาร cannabinoids และ terpenes จากดอกกัญชาโดยปล่อยให้ตัวทําละลายไหลผ่านดอกกัญชาในหลอดสกัด ปริมาณของตัวทําละลายที่ใช้ ขึ้นอยู่กับปริมาณของดอกกัญชาที่ใช้ และสกัดต่อไปจนกว่าตัวทําละลายจะหมด
- หลังจากการสกัด สิ่งที่คุณต้องทำต่อคือการแยกตัวสารทําละลาย ที่มีสารจากดอกกัญชา ระวังอย่าให้โดนผิวหนังหรือเข้าตาเป็นอันขาด ปล่อยให้ตัวทําละลายระเหยโดยการเปิดหลอดหรือบรรจุภัณฑ์สารละลาย เพื่อให้สารสกัดระเหยออกไป
- เก็บยาง Resin ที่ได้ไว้อีก 2-3 สัปดาห์ หลังจาก บ่มแล้วเรซิ่นจะผลึกและจะได้คุณภาพที่ดีขึ้น ผลึกเหล่านี้มาจาก cannabinoids ในขณะที่สารอื่นๆมาจาก terpenes
การเก็บ LiveResin ให้คุณภาพดีอยู่ตลอด
วิธีการเก็บ Resin ในตู้เย็น และต้องใส่ภาชนะที่ปิดสนิทไม่ให้อากาศถ่ายเท วิธีนี้จะช่วยถนอมรสชาติ และกลิ่นของ Resin ได้อย่างยาวนาน หากปล่อยทิ้งไว้ในที่โล่ง และอากาศร้อน มันจะแห้ง จับยากขึ้น และทำให้รสชาติเสียไป
รู้ไว้ใช่ว่า ???
ในปัจจุบัน องค์การสหประชาชาติ ( UN ) ได้ผ่านมติด้วยผลโหวต 27 ต่อ 25 ปลดล็อคกัญชาออกจากตารางที่ 4 ของการจัดหมวดหมู่สารเสพติด ภายใต้อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ( WHO ) โดยสารเสพติดในตารางที่ 4 ถือว่าเป็นเป็นสารเสพติดอันตรายที่สุดในโลก ตามความหมายของอนุสัญญาดังกล่าว ก่อนหน้านี้พืชกัญชาถูกจัดว่ามีความร้ายแรง ในระดับเดียวกันกับเฮโรอีน

ความเคลื่อนไหวในการปลดล็อคกัญชาครั้งนี้ นับว่าล่าช้าอย่างมากเมื่อเทียบกับความคาดหวัง ที่จะให้ปลดล็อคเพื่อขยายขอบเขตในการวิจัย และการนำมาใช้ในทางการแพทย์ต่อไป ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การปลดล็อคกัญชาในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมาก เปรียบเสมือนชัยชนะในเชิงสัญลักษณ์ ของผู้สนับสนุนการใช้กัญชา เนื่องจากการปลดล็อคในครั้งนี้เปรียบเสมือนการยอมรับ คุณค่าทางการแพทย์ ของพืชกัญชา และเป็นการประกาศว่ากฎหมายที่ห้ามใช้กัญชาอย่างเข้มข้นนั้นล้าหลัง Kenzi Riboulet-Zemouli นักวิจัยอิสระด้านนโยบายยา กล่าวว่า จริงๆแล้ว พืชกัญชานั้นถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ด้านการแพทย์ มาตลอดช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ การตัดสินใจของสหประชาชาติเป็นการตอกย้ำสถานะดังกล่าว ของพืชกัญชาส่วน Alfredo Pascual นักวิเคราะห์ของ Marijuana Business Daily ได้กล่าวว่า การปลดล็อคถือเป็นการรับรองว่ากัญชา มีสรรพคุณในการรักษาโรค และเป็นการยอมรับว่าพืชกัญชา ไม่ได้อันตรายเท่าที่เชื่อกันมาก่อนหน้านี้ 60 ปี ( นับตั้งแต่บรรจุกัญชาเป็นสารเสพติดอันตรายในอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 )